วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2558

ตัณหา ความหลงผิดทั้งหลาย มันก่อเกิดทุกข์

การปฏิบัติธรรม สามารถมีเมียได้ มีลูกได้   รูปภาพประกอบเพื่อพิจารณาความหลงผิดเรื่องเนื้อหนังและกามราคะ   การสืบพันธ์ุของสัตว์เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์และเราก็เป็นฆราวาส เป็นสัตว์สังคมก็ต้องมีการสืบพันธ์ุ ต้องแยกให้ออกระหว่าง ความรัก และความใคร่  ความรัก คือการให้ คือการเห็นอกเห็นใจดูแลกันจนตายจากกันทำความเข้าใจว่า คนเราจะต้องพัดพากจากสิ่งที่รักทั้งปวงและอยู่ด้วยกันอย่างเข้าใจกัน  ส่วนความใคร่นั้นมีแต่เห็นแก่ตัวจะเอาๆ เอาเปรียบซึ่งกันและกัน เห็นแก่ตัว พอไม่สมดังใจก็โกธรทะเลาะกัน   กระทบ    รู้สึกชอบ-ไม่ชอบ    เกิดตัณหา   เกิดอุปทาน  กระบวนการมันเป็นแบบนี้หมุนๆๆๆๆ ทุกข์ๆๆๆ

ยอมเปิดใจรับรู้ทุกข์แล้วเราจะรู้กระบวนการเกิดทุกข์และวิธีแก้ไขปัญหาทั้งหมดทุกกระบวนการ

ความทุกข์จริงๆ ไม่มีใครทำให้เกิด แต่เป็นตัวเราต่างหากที่ทำมันเอง สุข หรือ ทุกข์ อยู่ที่เราคิดปรุงแต่งไปเอง เราไปยึดมันเอง  ถ้าเราฝึกรู้ตัวเองบ่อยๆ จนมันรู้เองอัตโนมัติ เราจะเห็นว่ามันเกิดจากความไม่เข้าใจตัวเอง เราไปคิดว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรา แล้วเรายึดมันก็ทุกข์ เป็นเหตุ เป็นผล ของมันอย่างนี้ แล้วเราก็ทำความรู้ความเข้าใจใหม่  สิ่งต่างๆ ที่กระทบ เช่น เราได้ยินเขาด่า ให้ได้ยิงว่าเขาพูดว่าอะไร ไม่ต้องคิดปรุงว่าเขาด่า ให้รู้ได้ยินเฉยๆ รู้ว่าเขาพูดว่าอะไร ไม่ใช่คิดว่าเขาด่า เขานินทา อันนี้เราปรุงไปแล้ว ให้รู้ว่าในใจเรามีการยึดไว้ว่าคำนี้ด่า คำนี้นินทา เพราะกรรมมันเกิดสมบูรณ์ของมันแล้ว และมันจะมีผลกับคนทำกรรมนั่นๆ ใครพูดคนนั้นรับกรรมเอง เราได้ยินเราใช้กรรมเก่าเราแล้วจบกันแล้วไม่คิดปรุง คือการไม่ทำกรรมใหม่เพิ่ม    พระพุทธเจ้าให้เรามีสติหยุดอยู่ที่ เวทนา คือความรู้สึกชอบ - ไม่ชอบ ไม่คิดปรุงแต่งต่อ มันก็จบ   กระบวนการมันคือ  กระทบ เกิด  รู้สึกชอบ-ไม่ชอบ   ความคิดเกิด ตัณหา  และเราก็ไปยึดว่าเป็นสุข-ทกข์ ตามเหตุนั้น นั่นเอง   ทำให้มากจะรู้เองและเป็นที่พึ่งแก่ตนเองได้ นี่แหละคือแกนของพระพุทธศาสนา